ส.ก. Navigator

← หน้าหลัก | Q&A กกต.
คำเตือน : ชุดข้อมูลความรู้นี้ เป็นเพียงการทดลองระบบ AI Legal Research เท่านั้น และไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้ง รายหนึ่งรายใด ดังนั้น หากมีการนำข้อมูลชุดความรู้ใดไปใช้ในทางใดๆ ก็ตาม ขอให้ผู้ใช้งานได้โปรดตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล จากหน่วยงานราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเท่านั้น คำเตือน : ชุดข้อมูลความรู้นี้ เป็นเพียงการทดลองระบบ AI Legal Research เท่านั้น และไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้ง รายหนึ่งรายใด ดังนั้น หากมีการนำข้อมูลชุดความรู้ใดไปใช้ในทางใดๆ ก็ตาม ขอให้ผู้ใช้งานได้โปรดตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล จากหน่วยงานราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเท่านั้น
← กลับหน้าหลัก ส.ก. Navigator
หมวด 1
👤 คุณสมบัติผู้สมัคร

ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนดังนี้:

  • มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด
  • มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ ในวันเลือกตั้ง
  • มีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตที่สมัครรับเลือกตั้ง ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันสมัคร — หรือ เคยมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตนั้นไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือ มีถิ่นที่อยู่ในเขตเลือกตั้งนั้นติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี
  • เป็นบุคคลที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ราชการท้องถิ่นในจังหวัดนั้นติดต่อกัน ≥ 3 ปี — หรือมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด
  • ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562
หมายเหตุ: กรณีเคยเป็น ส.ก. เขตเดิม ไม่ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้าน — แต่ต้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมาย

ลักษณะต้องห้ามที่ทำให้ไม่มีสิทธิสมัคร ส.ก. ได้แก่:

  • ติดยาเสพติดให้โทษ
  • เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
  • เป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
  • อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
  • ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
  • เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่โทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือลหุโทษ
  • เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกพรรคการเมืองภายใน 30 วัน ก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง
  • เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ (ยกเว้นข้าราชการการเมือง)
  • เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นของ อปท. เดียวกัน
⚠️ สำคัญมาก: ผู้สมัครที่ยังเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต้องลาออกจากพรรค ก่อนวันสมัคร 30 วัน มิฉะนั้นถือเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ

ข้าราชการประจำ (ซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ) ไม่สามารถสมัคร ส.ก. ได้ ยกเว้น:

  • ข้าราชการการเมือง (เช่น ผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี) — สามารถสมัครได้
  • พนักงานรัฐวิสาหกิจ ลูกจ้างชั่วคราว — ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี
แนะนำ: หากต้องการสมัคร ส.ก. ข้าราชการประจำต้องลาออกจากราชการให้เรียบร้อยก่อนวันสมัคร
หมวด 2
📝 วิธีสมัครรับเลือกตั้ง

เอกสารประกอบการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ก. ที่ต้องเตรียม:

  • ใบสมัครรับเลือกตั้ง (แบบ ส.ถ./ผ.ถ. 4/1) — รับจาก กกต.เขต
  • สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง 3 ฉบับ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง 3 ฉบับ
  • รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกและแว่นตาดำ ขนาด 4×6 ซม. จำนวน 6 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
  • หลักฐานแสดงคุณสมบัติ เช่น ใบรับรองการพักอาศัย หรือหลักฐานการเสียภาษี (แล้วแต่กรณี)
  • ค่าธรรมเนียมการสมัครรับเลือกตั้ง
หมายเหตุ: กกต. อาจประกาศเพิ่มเติม/ปรับแบบฟอร์มก่อนการเลือกตั้งแต่ละครั้ง — ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการที่ ect.go.th

ยื่นใบสมัครที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร หรือสถานที่ที่ กกต. กำหนด ในระหว่างวันที่กำหนดให้รับสมัคร (โดยปกติ 5 วันทำการ)

  • เวลาเปิดรับสมัคร: 08.30 – 16.30 น. (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)
  • ต้องมายื่นด้วยตนเอง — ไม่สามารถมอบอำนาจแทนได้
  • ได้รับหมายเลขประจำตัวผู้สมัครโดยการจับสลาก
Tip: ควรไปสมัครแต่เช้าเพื่อหลีกเลี่ยงการรอคิวนาน และตรวจเอกสารให้ครบก่อนไป

ค่าธรรมเนียมการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ก. — ตามที่ กกต. กำหนดแต่ละการเลือกตั้ง

  • สำหรับเลือกตั้ง กทม. 2562: ค่าธรรมเนียม 10,000 บาท
  • สำหรับปี 2569: รอประกาศอย่างเป็นทางการจาก กกต.
หมายเหตุ: ค่าธรรมเนียมนี้ไม่คืนให้ ไม่ว่ากรณีใดๆ และไม่นับรวมในบัญชีรายรับรายจ่ายของการเลือกตั้ง
หมวด 3
📣 กฎการหาเสียง

ผู้สมัครสามารถหาเสียงเลือกตั้งได้ ตั้งแต่วันที่ได้รับการประกาศรายชื่อ จนถึง 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน (ห้ามหาเสียงในวันเลือกตั้ง)

  • ห้ามหาเสียงในวันเลือกตั้ง (28 มิถุนายน 2569)
  • ห้ามหาเสียงหลัง 18.00 น. ของวันก่อนเลือกตั้ง
  • สามารถหาเสียงได้ทุกพื้นที่ในเขตที่สมัคร (และนอกเขตหากไม่ขัดกฎหมาย)
กฎหมาย: พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 64-70

การกระทำที่ห้ามทำในระหว่างการหาเสียง:

  • ซื้อเสียง — ให้ จ่าย หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด
  • จัดเลี้ยง หรือรับรองด้วยอาหาร เครื่องดื่ม ฯลฯ เกินปกติวิสัย
  • ขู่เข็ญ ข่มขู่ ใส่ร้าย หลอกลวงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
  • หาเสียงในเขตสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา ศาสนสถาน
  • ใช้ทรัพยากรของรัฐในการหาเสียง
  • หาเสียงในวันเลือกตั้งหรือหลัง 18.00 น. ของวันก่อนเลือกตั้ง
  • โฆษณาหาเสียงทางวิทยุ โทรทัศน์ เว้นแต่ตาม กกต. อนุญาต
⚠️ โทษหนัก: การซื้อเสียงมีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

กฎเกณฑ์เกี่ยวกับป้ายหาเสียงที่ กกต. กำหนด:

  • ขนาด: ป้ายผ้าใบขนาดไม่เกิน 130 × 245 ซม. (กว้าง × ยาว) ต่อ 1 ป้าย
  • จำนวน: ไม่เกิน 3 เท่า ของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตที่สมัคร
  • เนื้อหา: ต้องมีชื่อผู้สมัคร หมายเลข เขตเลือกตั้ง และไม่มีเนื้อหาหมิ่นประมาทหรือยั่วยุ
  • ห้ามติด: ในที่สาธารณะ เสาไฟฟ้า ต้นไม้ สะพาน อาคารราชการ วัด โรงเรียน โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • หลังเลือกตั้ง: ต้องรื้อถอนป้ายทั้งหมดภายใน 7 วัน
⚠️ ค่าป้ายนับรวม: ค่าใช้จ่ายในการทำและติดตั้งป้ายหาเสียงทั้งหมดต้องนับรวมในบัญชีรายรับรายจ่ายของการเลือกตั้ง และต้องไม่เกินวงเงินที่ กกต. กำหนด
หมวด 4
💰 ค่าใช้จ่ายการเลือกตั้ง

วงเงินค่าใช้จ่ายสูงสุดในการเลือกตั้ง ส.ก. — กกต. กำหนดโดยระเบียบ ซึ่งอาจปรับตามแต่ละการเลือกตั้ง

  • สำหรับการเลือกตั้ง กทม. 2562: วงเงินสูงสุด 1,500,000 บาท ต่อผู้สมัคร
  • สำหรับปี 2569: รอประกาศอย่างเป็นทางการจาก กกต.
  • ค่าใช้จ่ายครอบคลุม: ป้ายหาเสียง เอกสาร กิจกรรมหาเสียง ทีมงาน ยานพาหนะ ฯลฯ
⚠️ โทษหนัก: ใช้เงินเกินวงเงินที่กำหนด — โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และ/หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี

ผู้สมัครต้องจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายที่เกี่ยวกับการหาเสียง โดย:

  • บันทึก ทุกรายการ ที่รับและจ่าย เกี่ยวกับการหาเสียง
  • เก็บ หลักฐานประกอบ ทุกรายการ (ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี ฯลฯ)
  • ยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายต่อ กกต. ภายใน 90 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง
  • กรณีไม่ได้รับเลือกตั้ง — ก็ต้องยื่นบัญชีเช่นกัน
แนะนำ: ใช้ Campaign Tracker ใน ส.ก. Navigator เพื่อบันทึกรายรับรายจ่ายแบบ real-time พร้อมแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงวงเงิน
หมวด 5
⚖️ บทลงโทษและการเพิกถอนสิทธิ

ใบเหลือง (เพิกถอนสิทธิ/สั่งให้เลือกตั้งใหม่):

  • ผู้สมัครหรือตัวแทนฝ่าฝืนกฎการหาเสียงเล็กน้อย ที่ไม่ถึงขนาดยกเลิก
  • กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่ในหน่วยที่พบความไม่ชอบมาพากล

ใบแดง (เพิกถอนสิทธิผู้สมัคร/ยกเลิกการเลือกตั้ง):

  • ซื้อเสียง ทุจริต กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอย่างร้ายแรง
  • ใช้เงินเกินวงเงินที่ กกต. กำหนด
  • ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตั้งแต่ต้น
  • ยื่นเอกสารเท็จ หรือแสดงหลักฐานเท็จในการสมัคร
⚠️ ผลของใบแดง: เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5-20 ปี แล้วแต่ความผิด และอาจถูกดำเนินคดีอาญาด้วย

ขั้นตอนที่ผู้สมัครควรทำเมื่อถูกร้องเรียนต่อ กกต.:

  • รวบรวมหลักฐานที่แสดงว่าการกระทำเป็นไปโดยชอบกฎหมาย
  • ติดต่อที่ปรึกษากฎหมายเพื่อเตรียมคำชี้แจง
  • ยื่นคำชี้แจงต่อ กกต. ภายในระยะเวลาที่กำหนด (โดยปกติ 7-15 วัน)
  • อย่าหยุดการหาเสียงระหว่างรอผลการพิจารณา (เว้นแต่มีคำสั่งชั่วคราว)
แนะนำ: ปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้หมดเวลายื่นคำชี้แจง

ถาม: ติดป้ายบนรั้วบ้านตัวเองได้ไหม?
ตอบ: ได้ หากเป็นที่ดินส่วนตัวและไม่กีดขวางการจราจร/ทางสาธารณะ

ถาม: ป้ายที่ถูกฉีกหรือถูกทำลายโดยผู้อื่น นับเป็นค่าใช้จ่ายของผู้สมัครไหม?
ตอบ: ป้ายที่ทำและติดตั้งไปแล้ว ต้องนับรวมในบัญชีรายจ่าย แม้จะถูกทำลายทีหลัง แนะนำเก็บหลักฐานการแจ้งความด้วย

ถาม: ป้ายไฟ (LED) ใช้ได้ไหม?
ตอบ: ใช้ได้ แต่ต้องนับรวมในค่าใช้จ่าย และต้องไม่กีดขวางการจราจรหรือสร้างความรำคาญ

ถาม: ป้ายหาเสียงบน Social Media นับเป็นค่าใช้จ่ายไหม?
ตอบ: นับ — ทุกการโฆษณาออนไลน์ที่มีการจ่ายเงิน (Boost/Promote) ต้องนับรวมในบัญชีรายจ่าย

หมายเหตุ: หากไม่แน่ใจ ให้สอบถาม กกต. โดยตรงก่อนดำเนินการ ป้องกันปัญหาในภายหลัง

มีคำถามเพิ่มเติม? ยืนยันรายละเอียดกับ กกต. โดยตรง

เว็บไซต์ กกต. → Phase A — ก่อนเลือกตั้ง